หัวซ้าย
นกน้อยทำรังแต่พอตัว   ไม่อยากจนจงอย่าเป็นหนี้  ( อย่าคิดมีบัตรเครดิต ถ้ายังไม่พร้อม  จะเจอดอกเบี้ยมหาโหด )
กลับหน้าแรก   ขอคำปรึกษาเป็นการส่วนตัว โดยตรงกับนักกฏหมาย
เมนต์หลัก
 
หัวซ้าย
นกน้อยทำรังแต่พอตัว   ไม่อยากจนจงอย่าเป็นหนี้  ( อย่าคิดมีบัตรเครดิต ถ้ายังไม่พร้อม  จะเจอดอกเบี้ยมหาโหด )
Language
สมาชิก VIP Login ที่นี่ค่ะ
User login
user
pwd


Counter Thailawyer

วิทยุปลดหนี้

maps.google.com
 
พันธมิตร & ผู้สนับสนุน

อุปกรณ์นักสืบ
(ขาย-ให้เช่า)
เจ้ากรรมนายเวร
เจ้ากรรมนายเวร
เวรกรรมแก้ไม่ได้
แต่หยุดเวรกรรมได้
คน10จำพวกคบไม่ได้
 Line
 ID: thailawyer.net
รับข่าวทางไลน์
line@ I
  iD:zbc0782
 
Welcome To  S Detective & lawyer Online
เปิดเผยความจริง  เพื่อให้เกิดความยุติธรรม


มะเร็งร้ายในปัจจุบัน ( บัตรเครดิต )
ลูกบัตรเครดิคไม่ต้องชำระหนี้

มาตรา ๑๙๓/๑๐ .. " ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชน์บัญญัติหลักไว้ว่า "
  สิทธิเรียกร้องที่ขาดอายุความ ลูกหนี้มีสิทธิที่จะปฏิเสธการชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้
( หมายเหตุ ) รวมถึงมูลคดีและมูลหนี้ที่ฟ้องโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามแนวคำพิพากษา
ฎีกาปัจจุบัน

มาตรา ๔ .. " ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาบัญญัติหลักไว้ว่า "
  ( ๑ ) .. คำฟ้อง ให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขต .. หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้น
ในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่

   สองมาตรากฎหมายหลักนี้ ที่จะช่วยให้ลูกหนี้รอดพ้นหนี้ ( แต่ยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกมาก
และแนวคำพิพากษาฎีกาประกอบถึงจะสมบูรณ์ )


@@ ถูกฟ้องบัตรเคดดิตไม่ต้องใช้หนี้มีกฎหมายรับรองแล้ว..@@

    ปัจจุบันได้มีคำพิพากษาเกี่ยวกับบริษัทหรือธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตฟ้องผู้ถือบัตรเป็นลูกหนี้.
ถึงที่สุดแล้วว่า บริษัทหรือธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตไม่มีอำนาจฟ้องร้องให้ลูกหนี้รับผิดตามมูลคดี

และมูลหนี้
ลูกหนี้บัตรเครดิตที่ถูกฟ้องแล้วจึงไม่ต้องใช้หนี้ที่เกิดขึ้นให้กับบริษัทหรือธนาคารผู้
ออกบัตรเครดิต

  แต่ยังมีหนี้ที่เป็นมูลหนี้ตามฟ้องนั้นอยู่ และบริษัทผู้ออกบัตรเครดิตก็พยามที่จะต้องหาทางที่
จะฟ้องเอาหนี้คืน หรือพยามที่จะใช้เล่กล หรือหลอกลวงด้วยกลอุบายต่างๆ โดยอาศัยมือนัก
กฎหมายที่ชอบประมูลคดี ฟ้องหนี้บัตรเครดิต  ในขณะที่ลูกหนี้ยังไม่รู้ว่าไม่ต้องขำระหนี้อีกแล้ว
ใช้วิธีต่างๆ หลอดลูกหนี้ให้เข้ามาทำสัญญากันใหม่
หรือปรับโครงสร้างหนี้เพื่อจะได้มีโอกาสฟ้อง
ลูกหนี้บัตรเครดิตได้ใหม่ตามกฎหมาย แต่ถ้าลูกหนี้ไม่ยินยอมด้วยเจ้าหนี้ก็ไม่สามารถทำอะไรได้

  ข้อมูลที่เรามีให้นี้สามารถอ้างอิงได้ สามารถนำไปใช้ได้จริง  เป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง ตรวจสอบ
ได้ตามกฎกมาย พร้อมส่งสำเนาตัวอย่างคำพิพากษาคดีบัตรเครดิตที่กิดขึ้นแล้วให้ฟรี เพื่อเป็น
แนวทางที่จะต้อสู้กับเจ้าหนี้ต้องไป
เจ้าหนี้  ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจของเจ้าหนี้ เจ้าพนักงาน
บังคับคดี ( บางคนคอร์รับชั่น ) ที่รู้อยู่แล้วว่าเจ้าหนี้ไม่มีอำนาจที่จะยึดทรัพย์ลูกหนี้ได้ แต่จะใช้
คำพิพากษาเดิมที่ลูกหนี้มิได้ต่อสู้คดีมาทำการยึดทรัพย์ลูกหนี้
  โดยคิดว่าลูกหนี้โง่ไม่รู้กฎหมาย
จะทำอย่างไรก็ได้ เรียกง่ายๆว่า " โกงกันแบบหน้าด้านๆ โดยใช้กฎหมายที่ไม่ชอบมาอ้างอิง "
โปรดจงระวังเอาไว้กฎหมายถือว่า "ผู้มาศาล ต้องมาด้วยมือสะอาด"
โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการ
ทวง
หนี้ของทนายความเจ้าหนี้ที่ชอบใช้ไปรษณีย์บัตรส่งไปให้ลูกหนี้ และมีข้อความทวงหนี้ กรณีเช่น
นี้ถือว่าผิดกฎหมาย เจ้าหนี้ไม่สามารถทำได้เพราะทำให้ลูกหนี้ได้รับความอับอาย เข้าลักษณะความ
ผิดฐานหมิ่นประมาท อาจติดคุกทั้งเจ้าหนี้และทนายผู้รับมอบอำนาจ

   ในเมื่อพวกมันโกงลูกหนี้ได้โดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ " ทำไม่ลูกหนี้จะใช้กฎหมายเป็น
เครื่องมือโกงพวกมันแบบหน้าด้านๆ บ้างไม่ได้หรือ "
 ตอบว่าได้ เพราะหลักกฎหมายเปิดโอกาส
ให้ทำได้ .แต่ลูกหนี้ไม่มีโอกาสรู้เท่านั้นเพราะไม่คดิว่าเจ้าหนี้ที่ให้เครดิตเงินง่ายๆ จะให้วิธีทาง
กฎหมายคดโกงเอาได้
  แค่เบี้ยปรับตามที่กำหนดในการใช้บัตรเครดิตไว้สูงมาก ๓ - ๕%/เดือน
กฏหมายยังมองว่าไม่เป็นธรรม " มัวแต่สนใจอยากจะได้เงินใช้เงินจนไม่คิดที่จะหาทางป้องกันตัว
เอง  บางครั้งก็สมควรถูกโกงแล้ว "

   ต่อไปนี้ลูกหนี้จะไม่โง่ให้เขาหลอกอีกต่อไปแล้ว   ในเมื่อเจ้าหนี้บัตรเครดิตฟ้องโดยไม่มีมูลคดี
และมูลหนี้
แล้ว  ถึงแม้จะได้มีคำพิพากษาของศาลให้ชำระหนี้ ลูกหนี้ก็ไม่ต้องชำระหนี้ให้ เพราะถือ
ว่าการฟ้องคดีของเจ้าหนี้บัตรเครดิตเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายเจ้าหนี้บัตรเครดิตจึงไม่มีอำนาจ
ยึดทรัพย์หรืออายัดทรัพย์ หรือบังคับให้ใช้หนี้ได้

   เนื้อหาจะบอกวิธีทที่ขั้นตอนต่างๆ. ที่จะอ้างกับเจ้าหนี้ถึงเหตุที่ไม่ต้องชำระหนี้ พร้อมแนวคำ
พิพากษาฎีกาที่ตัดสินในศาลสูงถึงที่สุดแล้วจริง ( ตรวจสอบได้ ) และยังสามารถขู่เจ้าหนี้หรือ
ทนายผู้รับมอบอำนาจได้อีกด้วย หรือฟ้องเอาพวกมันเข้าคุก และให้ชดใช้ค่าเสียหายได้อีกด้วย
( ในกรณีที่ลูกหนี้เตือนเจ้าหนี้แล้ว )

    คุ้มค่ายิ่งกว่าคุ้มค่าเพียง ๕๐๐ เท่านั้น ( ค่าบริการค้นข้อมูล ) และสามารถที่จะนำไปปรับใช้เกี่ยว
กับหนี้สินอื่นๆได้ด้วย และเป็นแนวทางพื้นฐานปรับใช้ก่อนถูกฟ้องคดีเรื่องมูลคดีและมูลหนี้อื่นๆ
เช่นกู้ยืม เช็ค  ซื้อขาย  จะซื้อจะขาย  คำประกัน  เช่าซื้อ  จำนอง  จำนำ
และสินเชื่อที่โฆษณาว่า
อนุมัติเงินทางโทรศัพท์
ได้อีก
( แต่ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ทุกกรณี )

   ตอนนี้ยังไม่เดือนร้องไม่เป็นไร .. ถ้าไม่มีเงินใช้หนี้เมื่อไรก็คิดถึง S detective & lawyer
" รู้วันนี้ดีกว่า  ร้องไห้วันข้างหน้า "

ปัญหาหนี้ต้องแก้ไขทั้งหมดทั้งระบบพร้อมกันถึงจะได้ผล
ใครคิดจะรอให้ถูกฟ้องก่อนถึงแก้ไขปัญหาที่ละราย  ไม่ใช่วิธีแก้ไข้ที่ถูกต้องทั้งระบบ

ตัวอย่างสมาชิกทั่วไป
ที่ได้รับคำแนะนำจากเรา จนสามารถ
ดำเนินการกับพวกรับโทรมาทวงกนี้
(รับรองได้ว่ามันติดคุกแน่นอน)

ร้องกมธ.ผู้บริโภค จวกตัวแทนแบงก์ ทวงหนี้สุดอุบาทว์ [15 ส.ค. 51 - 04:12]

จากที่ประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ เงินเฟ้อจนทำให้สถานประกอบการหลาย
แห่งต้องปิดตัวลง ล่าสุดถึงกับมีตัวแทนธนาคารข่มขู่ลูกหนี้สาว ให้ขายตัวปลดหนี้ธนาคารนั้น
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 ส.ค. ที่ห้อง 3601 อาคารรัฐสภา 3 คณะกรรมาธิการการคุ้ม
ครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องที่นางกุลธิดา ศรีภูมิ
ลูกหนี้ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน)    ร้องเรียนว่าถูกตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจ
จากธนาคารดังกล่าวดูหมิ่นเหยียดหยามเกียรติและศักดิ์ศรีจากการเร่งรัดติดตามและ
ทวงถามหนี้ โดยมีนายอภิชาต สุภาแพ่ง ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธาน
คณะกรรมาธิการฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม

ภายหลังการประชุม นายชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษก
คณะกรรมาธิการ แถลงว่า ที่ประชุมได้พิจารณาในเรื่องดังกล่าว โดยมีตัวแทนผู้ร้องเรียน
เข้ามาชี้แจงพร้อมนำหลักฐานมาประกอบ โดยได้ชี้แจงว่านางกุลธิดา ศรีภูมิ ใช้บริการ
สินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคารดังกล่าว ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2549 หมายเลขบัญชี 9508632787
จำนวนเงิน 55,000 บาท โดยต้องผ่อนชำระ 24 งวด งวดละ 2,800 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น
67,200 บาท ซึ่งได้ชำระคืนหนี้ตรงตามเงื่อนไขมาโดยตลอด แม้สภาพเศรษฐกิจถดถอยใน
ปี 2550 ทำให้นางกุลธิดาถูกเลิกจ้าง ยังได้พยายามนำเงินก้อนสุดท้ายที่ต้องเจียดไว้ดำรงชีวิต
และเลี้ยงดูบุตรสาวที่กำลังเรียน รวมทั้งพ่อแม่ที่ชราแล้ว มาชำระหนี้ให้ธนาคารได้ถึงเดือน
ก.ค. 2550 รวมทั้งสิ้น 19 งวด รวมเป็นเงิน 53,200 บาท

นายชนินทร์กล่าวว่า ภายหลังได้หยุดชำระหนี้ ธนาคารจึงได้เร่งติดตามหนี้เป็นระยะ จึงแจ้งให้
ธนาคารทราบว่าไม่ได้มีเจตนาปฏิเสธชำระหนี้ หากได้งานมีรายได้ แล้วจะรีบดำเนินการต่อ
จนกระทั่งต้นปี 2551 นาง กุลธิดาได้งานใหม่ แต่ต้องนำไปใช้สำหรับอุปกรณ์การทำงาน และ
เครื่องแต่งกาย ที่สำคัญบุตรสาวจะเปิดภาคเรียนในเดือน พ.ค.2551 จะต้องซื้อชุดนักเรียน
ตำราเรียน ชำระค่าเทอม ทำให้ยังคงไม่สามารถชำระคืนหนี้ได้ จนกระทั่งได้มีโทรศัพท์
เรียกเข้ามายังโทรศัพท์มือถือของนางกุลธิดา อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานกฎหมายซี.เอ.แอล
ชื่อนายชัยวัฒน์ ชลพิทักษ์ เป็นผู้รับมอบอำนาจจากธนาคาร ให้มาเร่งรัดติดตามทวงหนี้ จึงได้
แจ้งว่า ในระยะนี้ไม่สามารถชำระคืนหนี้ได้ ขอยืดเวลาให้ผ่านช่วงโรงเรียนเปิดเทอมในเดือน
พ.ค.2551 ไปก่อนแล้วจะชำระคืน

โฆษกคณะกรรมาธิการฯกล่าวว่า หลังจากนั้นได้มีความพยายามข่มขู่ให้ชำระหนี้ให้ได้ ถ้าไม่มี
เงินก็หาของไปขายมาใช้หนี้ นางกุลธิดาเกรงว่าผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานจะทราบว่า
เป็นคนมี หนี้จะกระทบต่อตำแหน่งหน้าที่การงาน จึงขอความกรุณาจากผู้ทวงหนี้ว่าไม่มีอะไร
ที่จะนำไปขายแล้ว มีเพียงชีวิตกับตัวเท่านั้น ดังนั้นหากธนาคารยังเร่งรัดให้ชำระหนี้ ขอยินยอม
ให้ดำเนินการตามกฎหมาย หลังจากนั้นตัวแทนธนาคารได้โทรศัพท์มาทวงหนี้อีก โดยถามว่า
"คราวที่แล้วบอกว่าจะขายตัวไปขายมาหรือยัง ถ้ายังก็ให้ขายให้ผมจะซื้อเอง 500 บาท"

นายชนินทร์กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมพิจารณาตรวจสอบหลักฐานในเบื้องต้น และเปิดซีดีบันทึก
โทรศัพท์ที่คุยกัน ระหว่างตัวแทนของธนาคารและนางกุลธิดาเห็นว่ากรณีนี้เป็นเรื่องใหญ่
มีผลกระทบต่อสังคม ดังนั้นจะต้องตรวจสอบและฟ้องร้องให้ถึงที่สุด กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะฟ้อง
ร้องข้อหาเสนอจะซื้อบริการทางเพศ หรือดูถูกเหยียดหยาม และธนาคารต้องรับผิดชอบการ
กระทำที่เกิดขึ้น แม้เป็นการกระทำของตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจอย่างไรก็ตามเชื่อว่าการ
ทวงหนี้ ในลักษณะ ดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในสภาพเศรษฐกิจอย่างนี้ ที่ประชุม
จึงมีมติเชิญผู้ว่าการ ธปท. สคบ. กระทรวงการคลัง สภาทนายความและผู้เสียหายมาชี้แจง
เพื่อดำเนินการทางกฎหมายในกรณีนี้ให้ถึงที่สุด และหามาตรการแก้ไขปัญหาลักษณะดังกล่าว
ในระยะยาวต่อไป

     เราภูมิใจมากที่ลูกหนี้หันหน้าเข้ามาสู้กับพวกรับจ้างทวงหนี้ หรือพวกสำนักงานกฎหมาย
  ที่เห็นแก่ได้ โดยไม่มีจิตสำนักเลยว่า
"การเป็นนักกฎหมายหรือทนายความที่ดีต้องให้ความ
  ยุติธรรมต่อสังคม ไม่ใช่สร้างความอยุติธรรมให้สังคม"
จนทำให้พวนนี้หมดอาชีพหรือ
  หมดช่องหากินทางกฎหมาย
     หากลูกหนี้ทุกคนกล้าที่จะสู้พวกรับจ้างทวงหนี้แล้ว  พวกทนายหรือสำนักกฎหมายที่รับ
  จ้างทวงหนี้ก็จะสูณย์พันธ์ไป
     แต่หากท่านไม่กล้าพอที่จะสู้กับพวกนี้ก็ควรให้ทนายหรือนักกฎหมาย(ที่มีความสามารถ)
  เป็นตัวแทนในการเจรจาหรือดำเนินการกับพวกรับจ้างทวงหนี้ทางกหมาย
     ฟังเสียงตัวอย่างพวกอ้างสำนักกฎหมายเป็นทนายที่รับจ้างทวงหนี้จากไทยธนาคารและ
   ถูกนักกฎหมายมืออาชีพสั่งสอน คลิ๊ก > > > (สุดมันจริงๆ)

จะทำอะไรขอให้ปรึกษาผู้รู้กฎหมายหรือทนายความปลอดภัยที่สุด
ยินดีให้คำปรึกษากับทุกคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เขียนข้อความได้ที่นี่ >>

เมนต์หลัก

 

ขณะนี้มีคน online อยู่ 73 ท่าน