กฎหมายให้ทางออกกับลูกหนี้เสมอ
ตามที่เคยบอกเพื่อนสมาชิกเสมอว่า " กฎหมายมีทางออกให้กับลูกหนี้เสมอ ถ้ารู้ให้จริงและ
ใช้กฎหมายให้ถูกต้องถูกเวลาถูกโอกาส " ดังตัวอย่างที่สมาชิกท่านหนึ่งที่เราดำเนินการทาง
กฎหมายให้จนประสพความสำเร็จระดับหนึ่ง หลังถูกเจ้าหนี้บังคับคดีอายัดเงินเดือน ๓๐ %
ทำให้ทุกข์ทรมานในใจแสนสาหัส กินไม่ได้นอนไม่หลับไหนจะต้องหาเงินส่งลูกเปิดเทอม
ไหนจะถูกพวกรับจ้างทวงหนี้มาตามทวงถึงที่ทำงาน เพราะความผิดที่ตัวเองคิดว่าบัตรเครดิต
เป็นเปรียบเสมือนสิ่งวิเศษที่สวรรคส่งมาให้ จะสร้างอนาคตความเป็นอยู่ที่ดีให้ครอบครัว
แต่เมื่อรู้ตัวอีกที่ก็ถูกเจ้าหนี้อายัดเงินเดือน ๓๐ % แล้วและยังจะต้องกลัวว่าเจ้าหนี้อื่นจะมา
อายัดเงินเดือนอีกก็อาจทำให้ต้องหมดเนื้อตัวหมดอานคต ชีวิตครอบครัวต้องพินาศย่อยยับ
ลูกเต๋าต้องหมดโอกาสเล่าเรียน หลังจากคิดหาทางออกอยู่นานเมื่อมาปรึกษาเราและขอให้
เราช่วยบรรเทาทุกข์ภัยครั้งนี้ ผลที่ออกมาในอันดับแรกเป็นสิ่งที่จะบอกให้สมาชิกต่อไปนี้
เมื่อประมาณปี ๒๕๔๓ สมาชิกท่านนี้ถูกเจ้าหนี้บัตรเครดิตฟ้องและศาลมีคำพิพากษาปี
๒๕๔๕ และมีคำบังคับคดีวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๔๕ ( ตามรูปด้านล่างนี้ ) แต่ช่วงนั้น
สมาชิกออกจากงานเพราะไม่รู้กฎหมายและกลัวถูกฟ้องกลัวคำว่าหมายศาล

ต่อมาได้เข้าทำงานบริษัทหนึ่ง พอทำงานได้ไม่นานก็ถูกเจ้าหนี้ตามมาอายัดเงินเดือนโดย
เจ้าพนักงานกองอายัดทรัพย์สิน กรมบังคับคดี มีหนังสือส่งมาที่บริษัทที่สมาชิกทำงานอยู่เพื่อ
อายัดเงินเดือน ๓๐% โบนัส ๕๐% และเงินอื่นๆ ( ตามรูปถ่ายเอกสารด้านล่าง ) " ช่วงนี้ละที่
ทำให้สมาชิกท่านนี้คิดมากจนแทบจะฆ่าตัวตาม เพราะตัวเองไม่รู้กฎหมาย จึงหาทางออกไม่ได้ "

หลังจากคิดหาทางออกอยู่นานเมื่อมาปรึกษาเราและขอให้เราช่วยบรรเทาทุกข์ภัยครั้งนี้
โดยที่เราก็ดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายเคยบอกสมาชิกทั่งหลายไว้แล้วว่า
" กฎหมายย่อมมีทางออกให้ลูกหนี้เสมอ ไม่ต้องคิดลาออกจากงาน คิดฆ่าตัวตาม คิดหนีหนี้
ให้หาทางสู้เจ้าหนี้ หรือพวกนักกฎหมายของ พวกรับจ้างทวงหนี้ของเจ้า แล้วเจ้าหนี้จะนั่ง
น้ำตาตกเอง เพราะตัวเองอวดทำเก่งพยายามหาช่วงว่าของกฎหมายเพื่อหาทางเอาเปรียบ
คนอื่น ลองไปดูเรื่องนี้แล้วจะรู้ว่า ถ้าลูกหนี้ไม่สู้เจ้าหนี้ก็จะต้องใช้หนี้เป็นสิบๆ ล้าน ถ้าสู้แล้ว
ก็ไม่ต้องใช้หนี้ที่เจ้าหนี้พยายามโกงลูกหนี้ ( คนโกงก็ต้องถูกสวรรคลงโทษ) ซึ่งศาลที่เป็นที่
พึ่งสุดท้ายก็บังให้ความยุติธรรม ไม่ให้เจ้าโกงลูกหนี้ "
ดังนั้นเมื่อเราดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายให้กับสมาชิกท่านนี้ ผลที่ออกมา
ในอันดับแรก ( ยกที่ ๑ ) เป็นสิ่งที่สมาชิกทั่งหลายเห็นอยู่ด้านล่างนี้ เมื่อดำเนินการตาม
กระบวนการของกฎหมายที่ถูกต้องเจ้าพนักงานผู้อายัดทรัพย์ก้ย่อมตามที่เราได้ดำเนินการ
โดยลดจำนวนเงินที่ถูกอายัดลงมาครึ่งหนึ่งจากเดิมไว้ ๓๐ % ให้ลดการอายัดลงเหลือ ๑๕ %
เฉพาะยกแรกเท่านั้นยังได้ลดลงมาตั้งครึ่งหนึ่ง แต่สมาชิกท่านนี้ต้องการที่จะให้ลดลง
มาอีกอย่างน้อยให้เหลือ ๕ - ๑๐ % เพื่อจะได้มีเงินพอเลี้ยงครอบครัว ( อยู่ระหว่างที่เรา
จะดำเนินการในกระบวนการของศาล )

นี้เป็นเพียงวิธีการหนึ่งที่ลูกหนี้หันหน้าเข้ามาสู้เจ้าหนี้แล้ว ผลที่ได้ก็จะได้รับความปรานีจากกฎหมาย
และการใช้กฎหมายให้ถูกวิธี ยังมีอีกหลายวิธีที่จะสู้เจ้าหนี้ได้กฎหมายให้ความคุ้มความกับทุกคนที่
ไม่ได้รับความเป็น การรู้กฎหมายและเอากฎหมายมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองให้มากที่สุดเป็น
สิ่งที่ทุกคนควรทำ เพื่อป้องกันหรือมิให้ผู้อื่นมาเอารับเอาเปรียบ
สมาชิกท่านนี้ยังเล่าความทุกข์เมื่อครั้งถูกอายัดเงินเดือนช่วงแรกให้ฟัง และพยายามที่จะช่วย
ตัวเองโดยพยายามขอร้องฝ่ายบุคคลและฝ่ายบัญชีให้หาทางช่วยเพราะคิดว่าเขาคงจะรู้กฎหมาย
ในที่สุดก็ถูกฝ่ายบุคคลและฝ่ายบัญชีซึ่งเป็นพนักงานลูกจ้างกินเงินเดือนเหมือนกันอวดรู้กฎหมาย
และแสดงความยิ่งใหญ่ในฐานะฝ่านบุคคลที่จะรับใครเข้าทำงานก็ได้และฝ่ายบัญชีที่คิดว่าจะหัก
เงินใครก็ได้ตามคำสั่งเจ้านายหรือคำสั่งอายัดเงินเดือน บีบคั้นให้ต้องจ่ายเงินตามที่มีหนังสือ
อายัด และถ้ามีหนังสือมาอายึดเงินเดือนอีก ๓๐ % ก็จะหักให้หมด ส่วนจะมีเงินเหลือเลี้ยงลูก
เต๋าหรือไม่ๆสนใจ เราจึงเตือนสมาชิกท่านนี้ว่า คนที่อยู่ในตำแหน่งฝ่ายบุคคล ฝ่ายบัญชีของ
ทุกกิจการมักจะไม่รู้กฎหมายมากนักถึงจะรู้ก็ไม่มีความชำนานเหมือนนักกฎหมาย และบุคคล
เหล่านี้มักจะทำตัวเป็นใหญ่ถือว่าอยู่ในตำแหน่งที่ต้องดูแลบุคคลกรให้บริษัท แต่แท้จริงแล้ว
หารู้ไหมว่า สิ่งที่ตัวเองทำหยิ่งทำตัวยิ่งใหญ่จะนำพิษภัยนำคุกนำตรางมาให้ตัวเองและเจ้าของ
กิจการ เพราะท่าไปหักเงินเดือนพนักงานที่เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามคำสั่งเจ้าพนักงาน
บังคับคดีให้กับเจ้าหนี้ทุกๆราย ถ้าลูกหนี้รู้กฎหมายสามารถเอาพวกนี้เข้าคุกและให้ชดใช้เงิน
อีกส่วนหนึ่งในฐานทำละเมิดต่อผู้อื่น และถ้ายิ่งกลั่นแกล้งให้ลูกหนี้ทำงานไม่ได้ต้องออกจาก
งานต้องมีความผิดตามกฎหมายแรงงาน และต้องร่วมชดใช้ค่าขาดประโยชน์ักับบริษัทให้กับ
ลูกจ้างอีกในจำนวนที่ลูกหนี้สามารถทำงานได้ ( เอาเงินเดือนคูณจำนวนเดือนที่จะต้องทำงาน
จนถึงอายุ ๕๐ หรือ ๖๐ ปี )
เหตุที่ฝ่ายบุคคลและฝ่ายบัญชีเพราะ
- ไม่รู้กฎหมาย ถึงรู้ก็ใช้กฎหมายไม่เป็น ( ลืมไปหมดแล้ว )
- เป็นญาติของเจ้าของกิจการหรือเจ้าของบริษัท
- เจ้าของกิจการหรือเจ้าของบริษัท ไม่ยากจ้างนักกฎหมายประจำบริษัท หรือเป็นที่ปรึกษา
- ความอวดดีอวดเก่งทนงตัวเองว่าอยู่ตำแหน่งที่ใหญ่โต ทั้งๆ ที่ก็เ็ป็นลูกจ้างกินเงินเดือน
จากสาเหตุเหล่านี้จึงทำให้กิจการมีควเข้าออกโดยไม่มีสาเหตุมา ทำให้ผู้บริหารมืออาชีพไม่
สามารถ ประเมินการทำงานภายในองค์กรได้ หรือประเมินได้ก็ไม่ตรงตามหลักวิชาการ แถม
บางครั้งอาจสูณเสียบุคคลากรที่มีความขยันซื่อสัตย์ไปโดยไม่รู้ตัว และทำให้บริษัทหรือกิจการ
ต้องเสียเสียงบประมาณในการจัดหาบุคคลากรและฝึกงานอีกโดยใช่เหตุ
ดังนั้นขอเตือนลูกหนี้ทั่งหลายที่ทำงานอยู่และประสพปัญหาเรื่องหนี้สิน อย่าคิดออกจากงาน
เพื่อหลบหนี้เจ้าหนี้ ขอให้หันหน้าเขามาสู้กับเจ้าหนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกฟ้อง ไม่ต้องกลัวว่า
จะถูกทวงหนี้แบบโหดๆ ไม่ต้องกลัวว่าเจ้าหนี้ร้อยคนจะมาอายัดเงินเดือนจนหมดตัว และ
ไม่ต้องกลัวฝ่ายบุคคลหรือฝ่าบบัญชีที่ทำตัวยิ่งใหญ่หักเงินส่งเจ้าหนี้จนลูกหนี้ไม่มีเงินเหลือ
เลี้ยงลูกเลี้ยงเต๋า ( ก็เอาเงินจากพวกฝ่ายบุคคลและฝ่ายบัญชี หรือของกรรมการบริษัทมาใช้
เลี้ยงลูกเลี้ยเต๋าแทนตามกฎหมาย )
ส่วนเจ้าของกิจการ เจ้าของบริษัท กรรมการบริษัท ฝ่ายบัญชี ฝ่ายบุคคล ก็ขอให้สำนึกตัว
เอาไว้ด้วยว่า บุคคลากรที่ทำงานให้ท่านทุกคนมีความสำคัญยิ่งต่อกิจการของท่าน คนทำงานดี
คนทำงานไม่ดีสามารถพิสูจน์กันที่ผลงานและอุปนิสัย ไม่ใช่พิสูจน์กันที่การเป็นหนี้แม้ตัว
ท่านเองยังเป็นหนี้ ไปกู้หนี้ยืมสินมาบริหารกิจการซึ่งท่านก็เป็นหนี้เช่นกัน หากสักวันท่าน
ไม่มีหนทางใช้หนี้เมื่อไรหรือเกิดวิกฤติเศรษฐกิจรอบสองเมื่อใดท่านก็ไม่ต่างอะไรกับกับ
ลูกน้องที่ทำงานให้ท่านเพื่อกินเงินเดือน ( มีเจ้าของกิจการหมู่บ้านใหญ่แห่งหนึ่เจอพิษจาก
วิกฤติเศรษฐกิจ ๔๐ เขามีเพื่อนเป็นนายทหารนายตำรวจผู้จัดการธนาคารเมื่อครั้งยังรุ่งเรือง
พอเจอพิษจากวิกฤติเศรษฐกิจ ๔๐ ไม่มีใครช่วยได้สักคน ยังมาขอให้เราช่วยจนสามารถ
ลุกขึ้นยืนใหม่ได้อีกครั้ง ) แล้วท่านที่คิดว่าวันนี้อยู่สบายไม่มีวันที่จะเ็ป็นหนี้ใคร ถือว่าตัวเอง
ยิ่งใหญ่ไม่สนใจว่าพนักงานที่ทำงานเพื่อสร้างรายได้ผลกำไรให้กันจะเดือนร้อนเพียงใด
ยังมานั่งลอยหน้าลอยตาไม่สนใจกฎหมายที่จะช่วยให้พนักงานตัวเองรอดพ้นวิกฤติการณ์
และมีกำลังใจทำงานให้ท่านและสรรเสริญตัวท่านเชียวเลยหรือ
ขอขอบคุณคุณประดิษฐ์ ที่ประสงค์จะให้เอาเรื่องขอตัวเองลงในเว็บเพจเพื่อเป็นแระโยชน์
แก่สาธารณะชนทั่วไปจะได้รู้ความจริงในเรื่องของกฎหมายที่ให้ทางออกกับผู้มีปัญหาทุกท่าน
หากท่านใดมีความประสงคืที่ต้องการจะนำข้อมูลส่วนตัวที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นมาให้ลงในเว็บ
ไซย์ S Detective & Lawyer ขอให้ท่านติดต่อได้โดยตรงที่ Webmaster (อีเมล์ด้านฃ่างนี้ )