TV Online ทุกวันเวลา ๑๐.๐๐-๒๒.๐๐ น.

 ชมรมคนปลดหนี้ & ล้มบนกองฟูก
- ต้องการให้ช่วยแก้ปัญหาหนี้ ถูกทวงหนี้ นายจ้างเอาเปรียบ ถูกให้ออกจากงาน อยากล้มบนกองฟูก
- เราจะช่วยท่านปลดหนี้(ชักดาบ)ตามวิธีทางกฎหมาย

หนี้ บัตรเครดิต แก้ปัญหาหนี้ ชมรมปลดหนี้ ถูกทวงหนี้
  หน้าเว็บหลัก      หน้าหลักบอร์ด      ตั้งคำถาม      ค้นหา      สมัครเข้าชมรมคนปลดหนี้   
สมาชิกบอร์ด ออนไลน์ 23 ท่าน  
:: สมาชิกเข้าระบบ | ชื่อเข้าระบบ :: รหัสผ่าน :
:: ผู้ดูแลระบบ เฉพาะเจ้าหน้าที่ดูแลระบบเท่านั้น
ร่วมแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ ย้อนกลับ | ถัดไป
  • ร้องเรียนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากข้าราชการหรือหน่วยงานรัฐหรือผู้บังคับบัญชาทั่วประเทศ

    - ต้องการร้องเรียนข้าราชการ ขอความเป็นธรรม ขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการ  สามารถเขียนรายละเอียกร้องเรียนได้ที่นี่ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นจริงโดยละเอียดพร้อมระบุชื่อนามสกุลจริง และที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ และหมายเลขโทรผู้ร้องเรียน 

    - เรื่องร้องเรียนต่างๆ จะถูกส่งให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อภายใน ๒๔ ชั่วโมง

    - ดูรายละเอียดระเบียนการร้องเรียนได้ที่นี่ http://www.moph.go.th/ops/discipline/content/sarabun/sarabun.htm 

    - หากพบว่าการร้องเรียนของท่านไม่เป็นไปตามวิธีการ้องเรียนข้าราชการหรือร้องเรียนขอความเป็นธรรม จะถูกลบออกจากระบบ

    --------------------------------------------------------

    การร้องทุกข์หรือการร้องเรียน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ.2476

    - การร้องทุกข์หรือการร้องเรียน กระทำได้แต่สำหรับตนเอง ห้ามร้องทุกข์แทนผู้อื่นเป็นอันขาด ห้ามมิให้ประชุมกันเพื่อหารือเรื่องที่จะร้องทุกข์หรือร้องเรียน
    - การร้องทุกข์หรือการร้องเรียนเป็นลายลักษณ์อักษร ต้องลงลายมือชื่อของผู้ร้อง ถ้าหนังสือ ร้องทุกข์หรือร้องเรียนฉบับใดไม่ลงลายมือชื่อผู้ร้อง (บัตรสนเทห์) จะไม่ได้รับการพิจารณา
    - ถ้าจะกล่าวโทษผู้ใด ให้ร้องทุกข์หรือร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรงของผู้นั้น ถ้าหาก
    ผู้ร้องทุกข์ไม่ทราบชัดเจนว่าตนได้รับความเดือดร้อนเพราะผู้ใดแน่ ก็ให้ร้องทุกข์หรือร้องเรียน ต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรงของตนเพื่อเสนอไปตามลำดับชั้นจนถึงที่สุด
    - เมื่อผู้ใดได้ร้องทุกข์หรือร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาตามระเบียบแล้ว และเวลาล่วงพ้นไป 15 วัน ยังไม่ได้รับคำชี้แจงประการใด ทั้งความเดือดร้อนก็ยังไม่ปลดเปลื้องไป ให้ร้องทุกข์หรือร้องเรียนใหม่ ต่อผู้บังคับบัญชาชั้นที่สูงถัดขึ้นไปเป็นลำดับอีก และในการร้องทุกข์หรือการร้องเรียน ครั้งนี้ให้ชี้แจงด้วยว่า
    ได้ร้องทุกข์หรือร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาชั้นใดมาแล้วแต่เมื่อใด
    - ถ้าผู้บังคับบัญชาได้รับเรื่องร้องทุกข์หรือร้องเรียนเมื่อใด ต้องรีบไต่สวนและจัดการแก้ไข
    ความเดือดร้อน หรือชี้แจงให้ผู้ร้องทุกข์หรือผู้ร้องเรียนเข้าใจ จะเพิกเฉยเสียไม่ได้เป็นอันขาด ผู้ใดเพิกเฉย ถือว่ากระทำความผิดต่อวินัยทหาร
    - ถ้าปรากฏชัดว่าการร้องทุกข์หรือการร้องเรียนนั้นกระทำผิดระเบียบ หรือข้อความที่ร้องทุกข์หรือร้องเรียนเป็นความเท็จ ผู้ร้องทุกข์จะต้องมีความผิดถูกลงโทษ หรือลงทัณฑ์ตามที่ทางราชการกำหนดไว้

    ---------------------------------------------------------

    ซี8เอี่ยวคดีใบเสร็จปลอม

    เมื่อวันที่ 25 มี.ค. นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม.เปิดเผยภายหลังการประชุม คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนการทุจริตและประพฤติมิชอบในการบริหารราชการกรุงเทพฯ (สสท.กทม.) ซึ่งมี พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรอง อ.ตร.เป็นประธานว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณารายละเอียดกรณีทุจริตใบเสร็จปลอมในเขตบางรัก โดย นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม.ได้ใช้อำนาจรักษาการณ์ตำแหน่ง ผู้ว่าฯ กทม.สั่งการให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีระดับ ผู้ช่วยปลัด เป็นประธานใช้เวลาตรวจสอบ 30 วัน โดยขณะนี้ กทม.มีคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวรวม 3 ชุด ทั้งนี้ พล.ต.อ.วสิษฐในฐานะประธานคณะกรรมการได้เสนอในที่ประชุม ว่าควรมีการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมา 1 ชุด โดยเป็นบุคคลภายนอกที่สังคมให้การยอมรับ เพื่อเข้ามาตรวจสอบกรณีการทุจริตในเรื่องต่างๆ เพิ่มเติม โดย กทม.เตรียมออกกฎหมายเป็นพระราชบัญญัติขึ้นมารองรับการทำงานของคณะกรรมการอิสระชุดนี้

    นายธีระชน กล่าวว่า ที่ผ่านเมื่อตั้งบุคคลภายนอกเข้ามานั่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เมื่อได้ผลการพิจารณาออกมา มักจะกลายเป็นโมฆะ เนื่องจากคณะกรรมการที่มาจากบุคคลภายนอกไม่มีกฎหมายรองรับ และเมื่อตั้งคณะกรรมการขึ้นมาจากบุคคลภายในองค์กร ก็อาจจะเกิดปัญหาการสมยอม หรืออะลุ้มอล่วยกันได้ ดังนั้นที่ประชุมจึงเห็นควรให้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมา ส่วนกรณีใบเสร็จปลอมของเขตบางรักนั้น หาก คณะกรรมการแต่ละชุดสรุปผลแล้วพบว่าเรื่องดังกล่าวมีมูล กทม.จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการเอาผิดต่อไป หลังจากนี้ กทม.จะพิจารณาโครงสร้างป้องปราม โดยกำหนดให้ระบบเป็นตัวควบคุมแทนการใช้ดุลยพินิจ เช่น การเสียค่าปรับทางตู้เอทีเอ็ม หรือเพย์พอยท์แทนการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในการปรับ เป็นต้น เพื่อให้ปัญหาการทุจริตลดลง

    ด้านนายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัด กทม.กล่าวว่า ขณะนี้การตรวจสอบ อยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวนและติดตามอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้สั่งการให้สำนักคลังซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากที่สุดลงพื้นที่ไปตรวจสอบเรื่องใบเสร็จปลอมด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ยังไม่อยากให้มองว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ กทม.หย่อนยาน เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องความผิดในส่วนบุคคล ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ตนเองไม่สบายใจ พร้อมมองว่าเรื่องของการเรียกเก็บใบเสร็จปลอมกลายเป็นเรื่องเล็กไปแล้ว แต่เรื่องใหญ่คือภาพลักษณ์ของ กทม.เสียหายอย่างมากในสายตาประชาชน หลังจากนี้เพื่อเป็นการกู้ภาพลักษณ์ต้องเร่งหาผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยไม่มีข้อยกเว้น นอกจากนี้ได้สั่งการให้ทุกเขตดำเนินการตรวจสอบในเรื่องของการทำงานของเทศกิจว่ามีเรื่องใบเสร็จปลอมหรือไม่เพื่อจะได้หาผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วที่สุด
        
    ส่วนที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (บก.ปปป.) วันเดียวกัน พ.ต.อ.วีระพันธ์ ทันใจ รอง ผบก.อก.บช.ก.ช่วยราชการ บก.ปปป.ได้เชิญตัว นายทวิชพณ บุญมายน หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ เขตบางรัก เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมในบางประเด็น ซึ่งพนักงานสอบสวนยังมีข้อสงสัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้อง รวมทั้งเรื่องต้นขั้วใบเสร็จค่าปรับเพื่อยืนยันหลักฐานต่างๆ ที่ใช้สำหรับประกอบการพิจารณาดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป ท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนมาก ที่เฝ้ารอและพยายามจะขอสัมภาษณ์ นายทวิชพณ แต่ก็ถูกปฏิเสธการให้ข้อมูลต่างๆ

    อย่างไรก็ดี ในส่วนของการรวบรวมพยานหลักฐานถึงขณะนี้ มีรายงานข่าวว่า พนักงานสอบสวนทราบแล้วว่ามีบุคคลใดบ้างที่น่าจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดที่พบนั้น เป็นข้าราชการระดับ 8 ซึ่งพนักงานสอบสวนเตรียมส่งสำนวนคดีให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อภายใน 2 วันนี้


    โดย : Administrator วัน-เวลา : 26 มีนาคม 2554 | 11:21:30   From ip : 223.204.92.137

     ความคิดเห็นที่ : 1
  •  

    ถามปัญหาทั่วไปส่วนตัว :ปรึกษากฎหมายฟรี
    ชื่อ  นามสกุล : นวภรณ์ นพคุณโพธิ์สว่าง
    อายุ :39
    บัตรประชาชนเลขที่  :8419988005816
    เพศ : หญิง
    ที่อยู่ : 6/10  ถ.  มุขมนตรี  ต. หมากแข้ง  อ. เมื่อง   จ.อุดรธานี
    โทรศัพท์ : 042244410  0833315052
    อีเมล์ :  katisod2@hotmail.com
    อาชีพ :  ธุรกิจส่วนตัว / ค้าขายทั่วไป
    ปัญหา :
    หัวข้อเรื่อง :ตำรวจยึดรถไว้  แล้วเอารถไปใช้
    เขียนข้อความ : พี่สาวดิฉันให้ยืมรถมาใช้เนื่องจากเห็นว่าดิฉันมีลูกเล็กๆหลายคนเวลาไปไหนก็ลำบากและถ้าขับจรักยานยนต์ก็อันตรายประกอบกับต้องรับส่งลูกไปโรงเรียนด้วยและต้องเอากับข้าวไปส่งให้คุณตาอายุ80ปีทุกวันที่บ้านนอกเมืองไกลออกไป3 ก.ม. ต่อมาบ่ายวันที่ 23 ธ.ค 2553  สามีดิฉันได้ขโมยเอารถออกไปใช้ในขณะที่ดิฉันไม่อยู่  เพราะดิฉันออกไปขายของที่ตลาด  พอดิฉันกลับมาก็ทำกับข้าวกับปลาตามปกติจะได้เอาข้าวไปส่งให้คุณตาพอเดินออกไปที่รถก็ไม่เจอรถแล้ว พยายามโทรติดต่อแฟนก็โทรไม่ติดจนประมาณ5ทุ่มก่วาๆแฟนโทรกลับมาบอกว่าตอนนี้อยู่โรงพักตอนแรกดิฉันนึกว่าแฟนถูกจับข้อหาเมาแล้วขับก็เลยขึ้นไปถามว่ามีคนชื่อ  พรเทพถูกจับข้อหานี้หรือเป่ลาร้อยเวรบอกว่าไม่มีดิฉันก็เลยขับรถวนดูในโรงพักก็เลยเห็นรถของพี่สาวจอดอยู่เลยเข้าไปถามหาคนที่ขับรถคันนี้มาตำรวจชุดที่จับถามดิฉันว่าเป็นอะไรกันกับคนขับรถคันนี้ดิฉันก็ตอบไปว่าเป็นภรรยาและตำรวจถามดิฉันว่ารู้ไม๊ว่าสามีดิฉันถูกจับข้อหาอะไรดิฉันตอบว่าไม่รู้และตำรวจก็บอกว่าสามีดิฉันถูกจับข้อหาค้ายาบ้ามียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำนวน 20 เม็ด ส่วนรถยนต์ยังเอากลับไม่ได้เนื่องจากต้องส่ง ปปส. ตรวจสอบก่อน และตำรวจยังถามอีกว่ารถคันนี้เป็นของใครดิฉันก็ตอบไปว่าดิฉันยืมรถพี่สาวมาไว้ใช้ ตอนแรกทางตำรวจบอกว่าให้พี่สาวนำหลักฐานสัญญาเช่าซื้อมาขอรับรถคืน ต่อมาดิฉันและพี่สาวได้นำหลักฐานทั้งหมดไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่เขาไม่ยอมคืนรถให้โดยอ้างว่ารถอยู่ในระหว่างตรวจสอบอยู่และก็นัดดิฉันให้มาใหม่อีกครั้งใน 1 เดือนข้างหน้า ดิฉันก็ไปตามนัด แต่ทางตำรวจก็ยังอ้างเหมือนเดิม ต่อมา ดิฉันก็เห็นว่าทางตำรวจได้ถอดป้ายทะเบียนรถของพี่สาวดิฉันออกและได้นำรถของพี่สาวดิฉันออกไปใช้จนถึงเวลานี้ประมาณ 3 เดือน กว่าแล้วสามีดิฉันก็ถูกศาลสั่งฟ้องต้องจำคุก 2 ปี 6 เดือน เท่ากับว่าคดีได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่เรื่องรถของดิฉันทางตำรวจยังไม่ยอมคืนให้ ดิฉันอยากทราบว่าในระหว่างที่รอ ปปส. ตรวจสอบอยู่นั้นต้องรอนานแค่ไหนเพราะถ้านานมากเกรงว่ารถของดิฉันจะพังเสียหายเพราะทางตำรวจนำรถของพี่สาวดิฉันออกมาใช่ทั้งๆที่พี่สาวของดิฉันยังต้อง ส่งค่างวดอยู่ รถคันนี้พี่สาวของดิฉันต้องส่งค่าวงดทั้งหมด 72 งวด แต่ตอนนี้ส่งได้ประมาณ 41 งวดแล้ว ทุกวันนี้ดิฉันก็เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะดิฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าสามีดิฉันทำอะไรตอนนี้เขาก็ได้ไปชดใช้กรรมในเรื่อนจำแล้วแต่ดิฉันยังแก้ปัญหาเรื่องรถไม่ได้เลยไม่รู้จะร้องเรียนกับใคร ใครพอทีจะช่วยดิฉันได้ดิฉันก็อยากจะขอวอนและขอความเป็นธรรมให้กับดิฉันและลูกๆด้วยเพราะทุกวันนี้พี่สาวดิฉันเขาไม่พูดกับดิฉันเลยจากที่เคยรักและเอ็นดูลูกดิฉันเคยเอาลูกดิฉันไปเลี้ยงดูตอนนี้แทบจะไม่มาหาและไม่อยากจะพูดด้วยบอกแต่ว่าถ้ายังคิดว่า พ่อเป็นพ่ออยู่ก็ให้เอากับข้าวไปส่งให้พ่อเหมือนเดิม ดิฉันกลุ้มใจมากเพราะดิฉันต้องขับรถจักรยานยนต์ไปพร้อมกับลูกเล็กๆอีก 3 คน ไม่ว่าจะไปไหนก็ต้องไปด้วยกัน ดิฉันต้องเลี้ยงลูกคนเดียว หาเงินเข้าบ้านคนเดียว ต้องส่งลูกเรียนหนังสือทั้ง 3 คน แถมรถยนต์ยังไม่ได้คืนอีก ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้วจริงๆ  ถ้าสังคมนี้ยังมีความเป็นธรรมอยู่ก็ขอได้โปรดเมื่อได้อ่าน จดหมายฉบับนี้โปรดเมตตาช่วยเหลือดิฉันด้วย ดิฉันตัวคนเดียวถูกรังแกจากเจ้าหน้าที่รัฐ ดิฉันสู้ไม่ไหว จาก แม่ค้าขายหมูปิ้ง ลูก 3

                                                                  นวภรณ์  นพคุณโพธิ์สว่าง

    ---------------------------------------------------

    ตอบคุณนวภรณ์  นพคุณโพธิ์สว่าง

    ๑. ที่คุณบอกว่าสามีขดมยรถไปนั้นในทางกฎหมายไม่อาจรับฟังได้เพราะ เมื่อรถมาอยู่ในความครอบครองของคุณแล้วและสามีอยู่บ้านเดียวกับคุณ ถือว่าร่วมกันใช้รถคันดังกล่าวแล้ว  เมื่อสามีคุณเอารถออกไปใช้ซื้อขายยาบ้าเป็นการเอาออกไปโดยไม่มีการขโมย
    ๒. ส่วนเรื่องที่ตำรวจไม่ตืนรถให้นั้นเป็นเรื่องที่พนักงานสอบสวนจะทำการสอบสวนจบเสร็จสิ้น  แต่ผู้เช่าซื้อสามารถขอรับรถไปเก็บไว้ดูรักษาได้ 
    ๓. หากคุณพบว่ารถไม่ได้อยู่ในสถานีตำรวจมีตำรวจอื่นเอาออกไปใช้ส่วนตัว คุณควรจะถ่ายรูปหรือถ่ายVDOเอาไว้เป็นหลักฐาน เช่นช่วงกลางคืนจะจอดแย่ที่บ้านใคร กลางวันจอดอยู่ที่ไหน  และเอาถาพที่ได้ไปร้องเรียนผู้บัญาการภาคเพื่อให้ดำเนินการกับพนักงานสอบสวนและผู้ที่เอารถไปใช้ส่วนตัว พร้อมทั้งเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้อีกต่างหมาย
    ๔. ผมจะเอาเรื่องของคุณลงในเว็บบอร์ดเพื่อเตือนคนอื่น และส่งให้ สนง.ตำรวจแห่งชาติ เข้ามาตรวจดูข้อเท็จจริงต่อไปและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
     
    อ.สุรพล กระแจะจันทร์


    โดย : Administrator  วัน - เวลา : เสาร์ 26 มีนาคม 2554 | 11:28:30   From ip : 223.204.92.137

     ความคิดเห็นที่ : 2
  • - เมื่อรู้แล้วว่ายาและมาม่าทำอันตรายกับประชาชนทำถึงไม่มีหน่วยงานรัฐไหนที่จะดำเนินการทางกฎหมายเรียกร้องค่าเสียหายจากบริทผู้ขายและผู้ผลิตเองาเงินเข้ามาเป็นกองทุนรักษาผู้ปวยจากโลกที่เกิดจากสาเหตุของยาและมาม่า

    - อย่าปล่อยให้พวกมันร่ำรวยจากการหลอกขายยาและอาหารไม่ได้มาตรฐานลอยนวล

    ------------------------------------------

    กระจายข่าวด้วยนะครับ ( สำคัญ )
    ประกาศเพิกถอนยา

    ขณะนี้อนุกรรมการควบคุมอันตรายจากการใช้ยา มีมติในรอบแรกว่า ให้เพิกถอนยาที่มีส่วนผสมของ พีพีเอ ซึ่งมีผลทำให้
    เลือดออกในสมองได้ ต่อไปนี้
    1.
    ทิฟฟี่
    2.
    ดีคอลเจน
    3.
    นูต้า
    4.
    นูต้าโคล
    5.
    ทิพทอพ 6. ฟาโคเจน
    7.
    โคลัยซาล
    8..
    ไดมีเท๊ป
    มาม่า ไวไว แบบถ้วย

    มีผู้แจ้งข่าวเกี่ยวกับอันตรายของการกิน
    บะหมี่สำเร็จรูปที่บรรจุในถ้วย (Cup) ว่าหลานของเพื่อนเขาชอบกินบะหมี่ใส่ถ้วยมาก ต่อมาแพทย์ตรวจพบว่าผนังกระเพาะอาหารของหลานผู้นี้มีขี้ผึ้ง (wax)คลือ บอยู่ คาดว่ามาจากบะหมี่สำเร็จรูปที่บรรจุในถ้วย ซึ่งเคลือบด้วยขี้ผึ้งชนิดที่กินได้ แต่แม้จะเป็นขี้ผึ้งชนิดที่กินได้ การรับประทานเข้าไปเป็นประจำก็ทำให้ตับของเรากำจัดออกไปได้ยาก หลานของเพื่อนคนนี้ ได้เสียชีวิตไปแล้ว
    เมื่อ รับการผ่าตัดเพื่อลอกเอาขี้ผึ้งที่เคลือบผนังกระเพาะออก ฉะนั้น โปรดอย่าได้ลวกบะหมี่ หรืออาหารอื่นใดในถ้วยบรรจุ แต่ให้เทลง ในชามก่อนแล้วจึงใส่น้ำร้อนลง ไป

    สคบ
    .. เตือนประชาชน
    ระวังติดเชื้อโรค หากบริโภคเล
    ือดหมูและคอหมูย่างที่ไม่สะอาด
    หลังพบคนงานโรงฆ่าสัตว์บางแห่ง ใช้
    เท้ากวนเลือดหมูหน้าตาเฉย และฉีดวัคซีนป้องกันโรคเข้าคอหมู โดย ไม่เปลี่ยนเข็ม ระบุทุกกรรมวิธีเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคอย่างดีที่ผ่านมาผู้ประกอบการโรงฆ่า สัตว์ยังฆ่าสัตว์ด้วยวิธีโบราณ คือการทุบหัวและแทงคอ นอกจากนี้ ยังพบว่ากระบวนการฆ่าสัตว์ในโรงฆ่าสัตว์ ไม่มีความสะอาด และไม่ได้มาตรฐานแต่ อย่างใดซึ่งส่วนนี้นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ประธานอนุกรรมการป้องกันปราบปรามการละเมิดสิทธิผู้บริโภค ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและทำการถ่ายวิดีโอขั้นตอนการชำแหละเนื้อสัตว์ ซึ่งพบว่ามีความสะอาดไม่เพียงพอการบริโภค โดยเฉพาะในส่วนของเลือดหมูนั้นปรากฏ ว่า คนงานจะใช้เท้าคนเลือดเพื่อไม่ให้แข็งตัวในขณะที่มือก็กำลังหั่นหมูที่แขวน อยู่ด้วย ในส่วนของ จ . นครปฐม พบว่ายังมีปัญหาอยู่ ซึ่งจากการออกตรวจพบว่า ได้มีการฆ่าสัตว์ 400-500 ตัวต่อวัน แต่มีการฆ่าในโรงฆ่าสัตว์เพียงแค่ 21 ตัว เท่านั้น นอกนั้นได้นำมาชำแหละที่ฟุตบาท และอยากเตือนคนที่ชอบกินคอหมูย่างเพราะพบว่า ชาวบ้านที่เลี้ยงหมูได้ฉีดวัคซีนแก้ปากเปื่อยเท้าเปื่อยที่คอหมูทุกตัว โดยไม่มีการเปลี่ยนเข็ม ซึ่งตรงนี้ทำให้หมูติดเชื้อโรคที่มาจากเข็มฉีดยาได้ง่าย หมูบางตัวติดเชื้อจนคอเป็นหนอง ซึ่งหากใครกินเนื้อหมูที่ติดเชื้อเข้าไปก็อาจเป็นอันตราย

    บอกต่อทุกๆ คนนะ กระจายข่าวด้วย อาจจะไม่ได้ส่งถึงทุกคน


    โดย : Administrator  วัน - เวลา : จันทร์ 28 มีนาคม 2554 | 7:34:32   From ip : 223.204.92.137

     ความคิดเห็นที่ : 3
  • ข่าวประจำวัน  

    รวบสองอาสาสมัครตร.ชุมชนข่มขืนสาว15

    ตร.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ  รวบสองอาสาสมัครตำรวจชุมชนอ้างตัวเป็นตำรวจข่มขืนสาวสิบห้า

    วันนี้ 7 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พล.ต.ต.จิตติ  รอดบางยาง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ  พ.ต.อ.ศิริธัชเขต  ครูวัฒนเศรษฐ์ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ  พ.ต.ท.ภาคภูมิ  โห่ใย  สว.สส.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ร่วมแถลงผลการจับกุมตัวนาย วิเนตร หรือ ปิง แจ่มแสง อายุ 33 ปี และนายเอ นามสมมุติ  อายุ 17 ปี ผู้ต้องหาในคดี แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น และร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยให้ผู้อื่นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ และร่วมกันพรากผู้เยาว์หญิงอื่นที่อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 20 ปี  และร่วมกันหน่วงเหนียวกักขังร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน และยานพาหนะ มีวิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมด้วยของกลาง  อาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. ซึ่งเป็นปืนปลอมจำนวน 1 กระบอก วิทยุสื่อสารจำนวน 1 เครื่อง กุญแจมือจำนวน 2 คู่  เสื้อเครื่องแบบตำรวจชุมชน สีดำ ที่มีอักษรปักคำว่า ชุดปฏิบัติการจุดสกัดนาคดีมังกร จำนวน 2 ชุด เสื้อสะท้อนแสงมีอักษรปักคำว่าโปลิศ จำนวน 2 ตัว ชุดตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ จำนวน 2 ชุด โทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายจำนวน 4 เครื่อง รถจักรยานยนต์ที่ใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุจำนวน 2 คัน  ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองเป็นอาสาสมัครตำรวจชุมชน และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 27 มีนาคม 2554 และวันที่ 1 เมษายน 2554 ที่ผ่านมา โดยจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ที่บริเวณหน้าอาคารพานิชเลขที่ 65 / 256 หมู่ 6 หมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ ซอย 10 / 5 หมู่ 6 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
        
    ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 27 มีนาคม 2554  เจ้าหน้าทีตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งจาก น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย อายุ 15 ปี ว่าถูกสองคนร้ายซึ่งแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจพกวิทยุสื่อสารและอาวุธปืน ได้ร่วมล่อลวงตนเองเข้าไปข่มขืนภายในหมู่บ้านจัดสรรที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งอยู่ภายในหมู่บ้านเฟื่องฟ้า 15 ซอยมังกร นาคดี ต.แพรกาใหม่ อ.เมือง สมุทรปราการ โดยใช้ปืน เป็นอาวุธในการข่มขู่ 
          
    โดย น.ส.เอ ผู้เสียหายได้เล่าว่า ในคืนที่เกิดเหตุตนได้ขับรถจักรยานยนต์ออกมาหาซื้ออาหารกิน โดยขับมาตามถนนเทพารักษ์ใกล้ถึงตลาดหนามแดง ต.เทพารักษ์ อ.เมือง สมุทรปราการ ได้มีชายฉกรรจ์จำนวน 2 คน แต่งกายในชุดอาสาสมัครตำรวจชุมชนสีดำและสวมทับด้วยเสื้อสะท้อนแสง ด้านหน้ามีอักษรคำว่าโปลิศ พกวิทยุสื่อสารอยู่ที่เอวพร้อมด้วยอาวุธปืนพกสั้นแบบแม็กกาซีน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาปาดหน้ารถจักรยานยนต์ของตน พร้อมแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้น และอ้างว่าสงสัยว่าตนจะเสพยาเสพติด พร้อมบังคับให้ตนขึ้นซ้อนท้ายรถเพื่อพาไปตรวจหาสารเสพติด โดยคนร้ายอีกคนหนึ่งได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของตนตามหลังมา แต่คนร้ายกลับขับรถพาตนเข้ามาในหมู่บ้านเฟื่องฟ้า 15 ซึ่งอยู่ในซอยมังกรนาคดี และพาตนเข้าไปที่บ้านจัดสรรที่ยังสร้างไม่เสร็จก่อนที่ทั้งสองจะใช้อาวุธปืนบังคับและข่มขืนตนจนสำเร็จความใคร่ทั้งสองคน หลังจากนั้นคนร้ายทั้งสองยังได้ปลดเอาทรัพย์สินและรถจักรยานยนต์ของตนก่อนที่จะหลบหนีไป
          
    ในขณะเดียวกันเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 3 เมษายน 2554  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ ยังได้รับแจ้งจาก น.ส.นุช (นามสมมุติ ) อายุ 15 ปี และ น.ส.แนน (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี สองผู้เสียหายว่า ในขณะที่ตนทั้งสองกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาหาซื้อของกินผ่านมาเกือบถึงตลาดหนามแดง ถนนเทพารักษ์ ได้ถูกสองคนร้ายที่แต่งการในเครื่องแบบตำรวจชุมชนสีดำ สวมทับด้วยเสื้อสะท้อนแสงมีอักษรปักคำว่าโปลิศ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวหาว่าตนทั้งสอง เป็นผู้ต้องสงสัยเสพยาเสพติด พร้อมบังคับให้ตนทั้งสองขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ เพื่อพาไปตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ แต่คนร้ายทั้งสองกลับพาตนเข้าไปข่มขืนภายในบ้านจัดสรรที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งอยู่ภายในหมู่บ้านเฟื่องฟ้า 15 ซอยมังกรนาคดี ก่อนที่จะใช้อาวุธปืนขู่บังคับเอาทรัพย์สินไป
          
    จากพฤติกรรมของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุทั้งสองครั้งนั้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะเป็นคนร้ายชุดเดียวกัน จึงได้ขอความร่วมมือจากสถานตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงนำรูปและประวัติของอาสาสมัครตำรวจชุมชนมาให้ผู้เสียหายทั้ง 3 ดูซึ่งผู้เสียหายทั้ง 3 คนต่างพากันชี้ยืนยันผู้ต้องหาทั้งสองคนพร้อมกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมหลักฐานก่อนขออนุมัติหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองเอาไว้ได้ในขณะที่กบดาลอยู่ภายในอาคารพานิช แห่งหนึ่งในย่านจังหวัดนนทบุรี  จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



    ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ Dailynews

    โดย : Administrator  วัน - เวลา : พฤหัสบดี 7 เมษายน 2554 | 22:26:05   From ip : 223.205.243.60

     ความคิดเห็นที่ : 4
  • ถามปัญหาทั่วไปส่วนตัว :ปรึกษากฎหมายฟรี
    ชื่อ  นามสกุล : นางจินตนา xxxxx
    อายุ :49
    บัตรประชาชนเลขที่  :3529900xxxxx
    เพศ : หญิง
    ที่อยู่ : xxx ถนนท่าต้นเกี๊ยง ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง    จังหวัดลำปาง 52000
    โทรศัพท์ : 080-1301xxx
    อีเมล์ :  jintana-chaiwong@hotmail.com
    อาชีพ :  พนักงานบริษัท / ลูกจ้าง
    ปัญหา :
    หัวข้อเรื่อง :ลูกชายโดนข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่น
    เขียนข้อความ :  กราบเรียนท่านผู้รู้และท่านที่ให้ความเป็นธรรม
      ข้าพเจ้า นางจินตนา xxxxx  ขอความช่วยเหลือ และขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือ ลูกชายข้าพเจ้าด้วย ท้งๆที่ลูกชายข้าพเจ้าไม่รู้เห็นเหตุการณ์ไม่ได้เข้าไปยุงเกี่ยวกับคดีแต่อย่างใด ทางตำครวจได้แจ้งข้อหาว่า ลูกชายข้าพเจ้าไปทำร้ายคนอื่นถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นตัดสินให้ลูกชายข้าพเจ้าจำคุก 9 ปี ลูกชายข้าพเจ้าติดเรียนหนังสือ   ข้าพเจ้าจึงขอความช่วยเหลือ จากลุงของของลูกชายให้ประกันตัว ตอนนี้ก็กำลังเรียนอยู่มหาลัยราชภัฏลำปาง ทางอาจารย์กำลังจะส่งไปแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่ประเทศมาเลเซีย เดือนมิถุนายนนี้ ข้าพเจ้าไม่สบายใจ เป็นอย่างมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร และไม่รู้จะไปปรึกษาใครที่ไหนเพราะไม่รู้เรื่องกฏหมาย ตำรวจยังบอกว่าไม่มีทางที่จะชนะ ข้าพเจ้าก็ขอภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวงที่คุ้มครองโลกจงช่วยคนบริสุทธ์ ให้รอดพ้นด้วย
          เรื่องเกิดขึ้นเมื่อปี 2552 เวลาตีห้าที่ห้าแยกหอนาฬืกา จังหวัดลำปาง ซึ่งวันที่เกิดเหตุการณ์ลูกชายข้าพเจ้าและเพื่อนได้ไปช่วยแม่ของเพื่อน ที่บ้านนายจันทร์ เพื่อทำไก่ส่ง  ทำไก่ตั้งแต่สามทุ่ม จนถึงตีห้า เพื่อนก็มาส่งลูกชายข้าพเจ้าที่บ้าน เพราะบ้านอยู่ไม่ไกล เพราะลูกจะบอกว่าไปช่วยแม่เพื่อนทำไก่เค้าจะให้ค่าจ้างมา
    ช่วงนั้นเป็นช่วงปิดเทอม ลูกชายข้าพเจ้าเรียนอยู่เทคนิคจังหวัดแพร่
           เมื่อวันที่ 2เดือนกุมภาพันธฺ 2553 ก็โดนตำรวจจับว่าไปทำร้ายผู้อื่นมีกลุ่มทั้งหมด 5 คนที่ไปทำร้ายเค้า จับเพื่อนลูกชายสองคนที่ทำไก่ด้วยกันและเป็นพี่น้องกัน และลูกชายข้าพเจ้าอีก1คน ไปขังไว้ที่โรงพักสองวัน แล้วให้ขึ้นศาลวันจัทร์ ข้าพเจ้าก็ไปประกันตัว ส่วนเพื่อนลูกชายสองคนขึ้นศาลเด็กที่จังหวัดลำปาง ศาลนัดไปรายงานตัวทุกครั้ง มาถึงเดือนตุลาคม ศาลตัดสินให้จำคุกทั้งสองพี่น้อง ซึ่งเป็นครอบครัวที่ยากจน ไม่มีทางสู้ ส่วนลูกชายข้าพเจ้าศาลตัดสินคดีเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2553 ให้จำคุก 9 ปี ข้าพเจ้าและหญาติๆก็ประกันตัวออกมาต่อสู้คดี
           เรื่องนี้ข้าพเจ้า เคยทำเรื่องไปขอความช่วยเหลือ จากศาลอัยการสูงสุด ก้ไม่มีใครเข้ามาช่วย และพิจรณา ตอบมาว่า ไม่มีใครกลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กลั่นแกล้ง ข้าพเจ้าก็ไม่รู้จะไปพึงพาใครที่ไหนอีกแล้ว
             ทางตำรวจเค้าบอกว่าไม่ต้องไปสุ้ให้เสียเวลา ทางตำรวจบอกว่ามีพยานรู้เห็นเหตุการณ์ ทั้งหมดได้เอาพยานมาที่ศาลเด็กแต่พยานให้การกลับคำที่ศาลเด็ก แต่เพื่อนของลูกชายก้ติดคุก อยู่ที่ศาลเด็ก ที่อำเภอแม่ริมจังหวัดเชียงในตอนนี้
    ศาลว่าพยานให้การกลับคำฟังไม่ขึ้น
              พยานคือ นายเบิ้ม และนางสาวแจน ซึ่งเมื่อก่อนเคยเป้นแฟนกัน นายเบิ้มก็เคยรู้จักกับลูกชายข้าพเจ้ามาก่อน  นายเบิ้มเป็นคนเข้นรถเข้นในตลาดราชวงค์จังหวัดลำปาง ได้ให้การที่ศาลว่า โดนตำรวจใช้ปืนจี้เอว แล้วกระชากขึ้นรถตำรวจไป แล้วพาไปข่มขู่ และซ้อมจนหน้าบวม ในตอนกลางคืน แล้วเอากลับมาตอนเข้าและทำตามตำรวจบอก ให้ชี้รรูปลูกชายข้าพเจ้าและเพื่อน และตำรวจยังเรียกแฟนสาวของนายเบิ้มมาสอบและบอกให้ทำตามที่ตำรวจบอก นายเบิ้มบอกแฟนสาวว่าทำตามตำรวจบอกไปก่อน แล้วมาแก้ที่หลัง แต่ที่ศาลไม่ฟังบอกว่าให้การเท็จ อัยการซํกถามแฟนสาวของนายเบิ้มว่า ได้ไปที่เกิดจริงหรือไม่ แฟนสาวบอกว่าไม่ได้ไปที่นั้น การที่ชี้ตัวทำตามคำบอกของตำรวจ นายเบิ้มมีพยานยืนยันที่ศาลว่า ทางตำรวจได้ใช้ปืนจี้นายเบิ้มพยานก็มาให้ปากคำทางศาลก้ไม่เชื่อ ศาลเชื่ออย่างเดียวว่าการให้คำครั้งแรกกับตำรวจเป้นความจริงทั้งหมด
        ขณะนี้เรื่องอยู่ที่ศาลอุทรณ์ จังหวัดลำปาง ข้าพเจ้าก็ได้ส่งสำนวนขึ้นไปศาลอุทรณ์ เมื่อ ต้นเดือนธันวาคม 2554 ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าจะเป็รย่างไร แต่ละจุดที่ทนายท่านเขียนไว้ก็โดนเจ้าหน้าที่ที่ศาลลำปางแก้เกือบหมด วันที่ 26 เมษายน 2554 ข้าพเจ้าลูกและนายประกันจะต้องขึ้นศาลอีกเพื่อฟังคำสั่งจากศาล
        ข้าพเจ้าไม่รู้จะไปพึงพาใหครอีก ข้าพเจ้าก็เข้ามาหาเวปที่พอจะให้คำปรึกษาได้ข้าพเจ้าจึงเขียนมาเพื่อนเรียนให้ท่านผู้รู้ทราบ ว่าตอนนี้ตำรวจทำไมถึงรังแกประชาชนที่ยากจน ไม่มีทางสู้ และไม่รู้กฏหมาย อย่างไรแล้วข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงจะมีตวามยุติธรรมเหลืออยู่นะคะ  ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงขอให้ท่านช่วยพิจาณาคดีนี้ด้วยนะคะ
                    ข้าพเจ้านางจินตนา เป็นแม่ของนายณํฐวุฒิ XXXXXX ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหา
                                ข้าพเจ้าขอพรพระศรีรัตนตรัยจงช่วยคุ้มครองประเทศชาติ และคนดีๆให้พ้นจาก ภัยทั้งหลายทั้งปวงด้วยเทอญ
                              ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

    --------------------------------------------------------

    ตอบ

    ๑. ที่คุณเล่ามารู้สึกเห็นใจมาก  แต่ในกระบวการสู้คดีในศาลทนายที่คุณจ้างต้องดำเนินการสืบพยานเพื่อให้ศาลเห็นว่ากระบวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างใด ลูกชายคุณไม่เกี่ยวข้องอย่างกับคดีอย่างใด 
    ๒. หากทนายคุณไม่ดำเนินการสืบพยานในชั้นศาลไว้ละเอียด การอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นก็อาจไม่มีน้ำหนักพอที่จะให้ศาลอุธรณ์พิพกษากลับศาลชั้นต้นเพื่อให้ลูกชายคุณรอพ้นคุกตรางได้ วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๔ อาจเป็นข่าวไม่ดีของคุณและลูกได้
        หากสืบพยานในศาลเพียงพอการอุทธรณ์อาจกลับคำพิพากษาศาลชั้นได้วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๔ อาจเป็นข่าวดีของคุณและลูกได้ 
    ๓. คุณควรเตรียมเรื่องฏีกาเอาไว้แต่เนินๆได้แล้ว เพราะหากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งใดๆในทางบวกคุณต้องทำคำแก้ฏีกา  แต่ถ้าออกมาเป็นลบต้องทำเรื่องฟ้องฎีกาต่อไป
    ๔. ปัญหาคุณไม่ได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการทางกฎหมาย คุณต้องเริ่มต้นตั้งแต่ลูกคุณถูกจับในวันแรก และหากคุณดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายความเป็นธรรมต้องเกิดขึ้นแน่นอนทั้งสองฝ่าย  หากคุณปล่อยปะระเลยมาแต่แรกและให้ทนายเข้าช่วยหลังจากส่งอัยการและศาลแล้วอาจไม่ได้รายละเอียดมากพอ
    ๕. ผมจะนำเรื่องของคุณลงในเว็บเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้สมาชิกท่านอื่นๆ จะได้ระวังตัวพวกตำรวจที่กระทำการใช้อำนาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย  เพื่ออาจจะมีใครเป็นพยานเห็นลูกชายคุณคุณในวันเกิดเหตุ เพื่อจะได้มาเป็นพยานให้ศาลมีคำพิพากษาใหม่
     
    อ.สุรพล กระแจะจันทร์


    โดย : Administrator  วัน - เวลา : พฤหัสบดี 7 เมษายน 2554 | 22:38:34   From ip : 223.205.243.60

     ความคิดเห็นที่ : 5
  • ----------------------------------------------------------

    ตำรวจเลวๆ เป็นมาเพียนักเลงใหญ่รับจ้างตบหน้าขุ่มขู่อีกแล้ว

    ---------------------------------------------------------

    ข่าวประจำวัน

     

    ความคืบหน้าคดี หุ้นส่วนเสื้อยืดห่านคู่

    ความคืบหน้าคดี หุ้นส่วนเสื้อยืดห่านคู่ ตร.เร่งหาตัวมือตบ ด้านตร.รับจ๊อบพบสังกัด บก.อคฝ

    จากกรณี นายธีรศักดิ์ ชนินทราวนิช อายุ 65 ปี พร้อม นางอัญชลี ชนินทราวนิช ภรรยา อายุ 64 ปี และลูกชาย 2 คน คือ นายวุทธา ชนินทราวนิช อายุ 33 ปี นายชาวิญญ์ ชนินทราวนิช อายุ 32 ปี หุ้นส่วน บ.ผลิตเสื้อยึดตราห่านคู่ พาชายฉกรรจ์แต่งกายคล้ายทหาร ตบเข้าที่ใบหน้า นายวิกิจ ธนสารสมบัติ อายุ 81 ปี กรรมการ ผจก.บริษัท ได้รับบาดเจ็บอาการยังโคม่าเป็นตายเท่ากัน และได้มอบตัวกับตร.แล้วนั้นความคืบหน้า วันนี้( 8 เม.ย.) พ.ต.อ.อาณัติ เกล็ดมณี รอง ผบก.น.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสติ ผกก.สน.หัวหมาก ได้เรียก พ.ต.ท.หัสดินทร์ นพวงศ์ ณ อยุธยา สว.สส.สน.หัวหมาก พ.ต.ท.ธารา เครือละม้าย สว.สส.สน.หัวหมาก พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก และตำรวจ สส.บก.น.4 ประชุมหารือถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าว  โดย พ.ต.อ.อาณัติ เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบว่า ชายฉกรรจ์แต่งกายคล้ายทหารที่เป็นคนตบ นายวิกิจ ธนสารสมบัติ จนบาดเจ็บสาหัสนั้นเป็นใคร ซึ่งกำลังตรวจสอบไปยังบริษัท รปภ.ทุกที่เพื่อหาข้อมูล รวมทั้งตรวจสอบว่าเป็นผู้ก่อเหตุนั้นเป็นทหาร หรือตำรวจ ก่อนที่จะส่งรูปไปให้กลุ่มผู้เสียหายและพยานยืนยันว่าใช่ผู้ก่อเหตุหรือไม่

    ใน ส่วนที่ทางเจ้าหน้าที่ตร.พบอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด.38 จำนวน 1 กระบอก และปืนแม็กกาซีน ขนาด 11 ม.ม.อีก 1 กระบอก พร้อมกระสุน จากกการตรวจค้นในตัว ส.ต.ท.เฉลิมพล ไข่ทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัด กองร้อย 5 กก.1  บก.อคฝ ผู้ติดตามนายธีรศักดิ์ ชนินทราวนิชนั้น เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตร.ได้ส่งปืนทั้ง 2 กระบอกไปตรวจสอบที่ กองสรรพาวุธตำรวจ และกองทะเบียนกรมการปกครอง แผนกอาวุธปืน  เบื้องต้นพบทราบว่าอาวุธปืนขนาด 11 มม.ดังกล่าวเป็นของนายพรชัย จึงมหกุลนิจ อายุ 36 ปี  และได้มีการจดทะเบียนอาวุธปืนที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ รองผบก.น.4

    ทางด้าน นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความ ตระกูลธนสารสมบัติ เผยว่า ล่าสุดอาการของ นายวิกิจ ธนสารสมบัติ ยังอยู่ในอาการโคม่า นอนไม่รู้สึกตัว ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ พักรักษาตัวในห้องไอซียู   ส่วนด้านคดีความนั้น ทางครอบครัวตระกูลธนสารสมบัติ กำลังดำเนินการฟ้องร้องละเมิดเรียกค่าเสียหายทางแพ่งข้อหาทำร้ายร่างกายกับ กลุ่มนายธีรศักดิ์  จำนวนกว่า 1 ร้อยล้าน แต่ต้องรอให้ นายวิกิจ อาการดีขึ้นเสียก่อน นอกจากนี้หากมีการข่มขู่ ตนก็จะยื่นถอนประกันตัวกลุ่มผู้ต้องหา

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 4-5 วันที่ผ่านมา นายชวนหลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์  และพลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางมาเยี่ยมนายวิกิจด้วย.
     



    ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ Dailynews

    โดย : Administrator  วัน - เวลา : ศุกร์ 8 เมษายน 2554 | 20:42:50   From ip : 14.207.125.211

     ความคิดเห็นที่ : 6
  • -----------------------------------------------------------

    ข้าราชการเลวๆอีกแล้ว ไม่ปราบพวกนี้มีแต่จะสร้างความเดือนร้อนให้กับประเทศ

    -----------------------------------------------------------

     

    จี้สอบขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างด้าว

    ป.ป.ท. เอาจริงปราบขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างด้าว  นำร่องตรวจสอบที่ว่าการอำเภอทองผาภูมิ

    วันนี้ 6 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายอำพล  วงศ์ศิริ  เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) เปิดเผยถึงการดำเนินการปราบปรามขบวนการปลอมบัตรประจำตัวประชาชนให้กับคนต่างด้าวว่า ขณะนี้ป.ป.ท.ได้เริ่มลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว หลังพบเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและข้าราชการในพื้นที่ โดยเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมาตนและคณะทำงานได้สุ่มลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบและสังเกตการณ์ที่ที่ว่าการอำเภอทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งตามข้อมูลพบว่ามีการออกบัตรประชาชนให้กับคนต่างด้าวมากผิดปกติ  โดยเฉพาะชาวเนปาล และจากการตรวจสอบก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีกับคนต่างด้าวรายหนึ่งซึ่งเป็นชาวเนปาล ชื่ออามาน ขณะที่ชายดังกล่าวเพิ่งได้รับบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดจากที่ที่ทำการอำเภอทองผาภูมิ  โดยยอมรับว่าอ่านภาษาไทยไม่ได้  แม้กระทั่งชื่อ นามสกุลและที่ปรากฎอยู่ในบัตรประชาชนคือนายตุ่ย กุลจารุกิจ อยู่บ้านเลขที่ 72 ม. 3 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี  เพราะเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการให้ทั้งหมด  และเมื่อตรวจสอบไปยังบ้านเลขที่ดังกล่าวปรากฏว่าไม่มีบ้านเลขที่ตามที่ปรากฏในบัตรด้วย ดังนั้น ตนจึงได้นำตัวนายอามานไปแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาเป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีไว้หรือใช้เอกสารราชการปลอม
        
    นายอำพล กล่าวต่อว่า  ในส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ทั้งผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่ให้การรับรองเอกสารการออกบัตร ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจออกบัตรจะต้องมีการตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐป.ป.ท.จะรวบรวมข้อมูลเพื่อส่งต่อให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย  ส่วนการเอาผิดกันนายหน้านั้นจะส่งต่อข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ดำเนินการต่อไป  นอกจากนี้ยังจะเดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเงินโดยขอความร่วมมือจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ด้วย  อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้รายงานเรื่องดังกล่าวต่อรมว.ยุติธรรม พร้อมเสนอรายงานถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อสั่งการไปยังอธิบดีกรมการปกครองให้ออกคำสั่งสอบสวนทางวินัยกับนายอำเภอทองผาภูมิแล้ว  พร้อมกันนี้ป.ป.ท.ถูกมอบหมายให้เร่งขยายผลขบวนการดังกล่าว โดยเฉพาะที่อำเภอทองผาภูมิต้องมีการตรวจสอบข้อมูลการทำบัตรประชาชนย้อนหลัง 3 ปี หลังมีข้อมูลว่าช่วง 3 ปีที่ผ่านมาอำเภอทองผาภูมิได้ออกบัตรประชาชนให้คนต่างด้าวไปจำนวนมากกว่า 1 หมื่นราย และหากคิดเป็นรายได้ที่ผู้ร่วมขบวนการได้รับจะมีจำนวนมากถึงหลักพันล้านบาท 

    นายอำพล กล่าวเพิ่มเติมว่า  จากนี้ป.ป.ท.ยังจะขยายผลการตรวจสอบไปอีกหลายพื้นที่ที่มีข้อมูลพบการออกบัตรประชาชนให้ต่างด้าวผิดปกติ เช่น อ.ศรีสวัสดิ์  อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี อ.แม่สอด จ.ตาก และจ.ระนอง สำหรับพฤติกรรมดังกล่าวน่าจะมีลักษณะเป็นขบวนการ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหลายระดับ และป.ป.ท.มีข้อมูลว่าต่างด้าวสัญชาติเนปาลที่ต้องการมีบัตรประชาชนจะต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 100,000-150,000 บาท ทั้งนี้ขบวนการดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบกับความมั่นคง ดังนั้นจำเป็นต้องมีการปราบปรามอย่างจริงจัง เนื่องจากป.ป.ท.พบข้อมูลว่าในพื้นที่อ.ทองผาภูมิ และอ.สังขละ จ.กาญจนบุรี มีคนสัญชาติไทยอยู่จริงไม่ถึงร้อยละ 20 ส่วนที่เหลือเป็นคนต่างด้าว  หากปล่อยปัญหาเรื้อรังตนมีความเป็นห่วงว่าในอนาคตคนต่างด้าวจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ทั้ง 2 อำเภอ มีการขยายฐานอำนาจในทางการเมืองทั้งการสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ด้วย

     



    ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ Dailynews


    โดย : Administrator  วัน - เวลา : เสาร์ 9 เมษายน 2554 | 12:42:10   From ip : 14.207.125.211

     ความคิดเห็นที่ : 7
  • ----------------------------------------------------------------------------

    ผมเห็นด้วยที่ตำรวจวิสามัญคนร้าย แต่ไม่เห็นด้วยที่ออกมาปกป้องกันเต็มตัว เพราะอย่าง

    ศาลท่านก็ถือว่าชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว  คงจำคดีวิสามัญแยกหลักสี่เมื่อ 35 ปีที่แล้ว

    ไม่ต่างอะไรกัน

    ----------------------------------------------------------------------------

    ตร.ย้ำวิสามัญคนร้ายที่ก่อเหตุชิงรถกลางกรุง ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ

    กรุงเทพฯ 17 เม.ย.-รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลย้ำ การวิสามัญฆาตกรรมนายธาดา อินทมาศ คนร้ายก่อเหตุจี้ชิงรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่สมควรแก่เหตุ

    พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีนายธาดา อินทมาศ คนร้ายก่อเหตุจี้ชิงรถยนต์จี้ตัวประกัน ที่ถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมว่า ขณะนี้สำนวนคดีเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงรอผลตรวจพิสูจน์หลักฐานทางการแพทย์และนิติวิทยาศาสตร์ คาดใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน ส่วนการวิสามัญฆาตกรรมนายธาดา เห็นว่าเป็นการป้องกันตัวและสมควรแก่เหตุ เนื่องจากคนร้ายเอาปืนตบและกดศีรษะแพทย์หญิงตัวประกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถคาดเดาได้ว่าคนร้ายจะทำการอะไรอีกหรือไม่ เพราะก่อนจะใช้อาวุธปืนจี้แพทย์หญิง ได้ก่อเหตุแทงตำรวจและยิงคนขับรถแท็กซี่เสียชีวิตมาแล้ว.-สำนักข่าวไทย


    โดย : Administrator  วัน - เวลา : จันทร์ 18 เมษายน 2554 | 15:28:39   From ip : 183.89.249.217

     ความคิดเห็นที่ : 8
  • วั
    ----------------------------------------------------------
    ถ้าไม่ตำแหน่งไปหากินหารายได้ก็ไม่ตาย  "ไม่ใชตำรวจมืออาชีพ"  
     
    ----------------------------------------------------------
    นอังคาร ที่ 19 เมษายน 2554
    ผู้กำกับ สภ.ไทรงาม จว.กำแพงเพชร ถูกคนร้ายยิงตาย

    คมชัดลึก

    (19เม.ย.) เวลา 01.00 น. ร.ต.ท. ปภวิน ห้องพ่วง ร้อยเวร สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้รับแจ้งเหตุมือปืนสังหารโหด พ.ต.อ. เกริกฤทธิ์ นิยมเสริม ผกก.สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร เหตุเกิดที่หน้าอาคารพาณิช 4 ชั้น 2 คูหา เลขที่ 282/68 เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ ต.นครสวรรค์ตก องเมือง จ.นครสวรรค์ หลังรับแจ้ง จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต. ชฏิล พรมไพบูลย์ ผบก.ภ.นครสวรรค์ พ.ต.อ.อรุณ แตงนารา รองผบก.ภ.นครสวรรค์ พ.ต.อ. สมนึก มากมี ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานชุดสืบสวนสอบสวน ชุดเฉพาะกิจ สภ.เมืองนครสวรรค์ ในที่เกิดเหตุพบรอยเลือด โต๊ะล้มกระจาย รถโฟกตู้สีเขียวทะเบียน อว.2311 กทม.จอดอยู่ ส่วนคนเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลปากน้ำโพ แพทย์พยายามช่วยชีวิตนานกว่า 1 ชม.และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

     จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเหตุผู้ตายได้ยืนล้างรถอยู่หน้าบ้าน โดยมีลูกน้องและครอบครัวนั่งอยู่ในบ้าน ระหว่างนั้นมีมือปืน 2 คนขี่จักรยานยนต์แบบผู้ชายขับรถมาจอดริมถนนมาตุลี ปากซอยบ้านผู้ตายห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 20 เมตร มือปืนได้เดินลงจากรถตรงเข้ามาจ่อยิง พ.ต.อ.เกริกฤทธิ์ จำนวน 5 นัด กระสุนเข้าที่ข้อมือขวา 1 นัด ราวนมขวา 1 นัด ท้องขวา 1 นัด ไหล่ซ้าย 1 นัด กระสุนพาดโดนบ้านพัก 1 นัด เบื้องต้นคนร้ายใช้ปืนแบบลูกโมก คาดว่าน่าขนาด .38 หรือ .357 ซึ่งญาติได้ส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่ กทม.ต่อไป

     ด้าน ร.ต.ท.ปภาวิน ร้อยเวร เปิดเผยว่า เบื้องต้นตำรวจยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการสังหารเกิดจากประเด็นใด ได้ตั้งประเด็นกว้างๆ คือเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว โดยจะเร่งสอบปากคำพยาน เพราะว่าภาพจากกล้องวงจรปิดของสำนักงานผู้ตาย สามารถจับภาพมือปืนไว้ทั้งหมด ส่วนญาติ ลูกเมีย ยังไม่ยอมให้ปากคำ เพราะว่ายังอยู่ในอาการเสียใจ แต่คาดว่าคดีนี้จะสามารถสรุปสำนวนตามหาตัวคนร้ายได้ เพราะว่ากล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายขณะลงมือได้ทั้งหมด

     สำหรับประวัติ พ.ต.อ. เกริกฤทธิ์ นิยมเสริม ผกก.สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร มีชื่อเล่น แอ๊ด บ้านเกิดอยู่ที่ 81 ม.4 ตลาดตาขีด อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ เป็นนักเรียนนายร้อย นรต. รุ่น 34 มีเพื่อนร่วมรุ่นดังๆ หลายคน อาทิ พล.ต.ต. สมศักดิ์ จันทะพิง ผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ พ.ต.อ. เฉลิม สุวรรณโอสถ รองผู้การพิษณุโลก เป็นต้น ชีวิตรับการราชผ่านมาโชกโชนเคยเป็นตำรวจฝีมือดีทั้งในนครบาล กองปราบ สารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.เมือง นครสวรรค์ เป็นรอง ผกก.ในจังหวัดสุโขทัย กำแพงเพชรล่าสุดเป็น ผกก.ไทรงาม

    ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์ มีลูกน้องของผู้ตายได้ยื่นซองชนะการประมูลงานขุดรอกและถนนที่ อบจ.นครสวรรค์ งบประมาณหลายล้านบาท ซึ่งมีการฮั๊วประมูลงานแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ น่าจะเป็นชนวนหนึ่งที่ทำให้มีการสังหารโหดกันครั้งนี้

    สำหรับนครสวรรค์ เรียกว่าเป็นเมืองเถื่อน ที่มีการสังหารโหดคดีดังๆมาแล้วหลายครั้ง อาทิ คงจำกันได้มือปืนสังหารกำนันปิ๊ด อดีต นายก อบจ.นครสวรรค์ นาย อำนาจ ศิริชัย อดีตนายก อบจ.นครสวรรค์ดับหน้าศาลากลางด้วยสะไนเปอร์มาแล้ว 2 ศพ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถจับมือปืนได้ ล่าสุดยังดับ พ.ต.อ.ผกก.คนดัง และยังเป็นคนสนิท พล.ต.ท. สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ ผบช.ภ.4 ก็ถูกสังหารอีกด้วย

    ร.ต.ท.ปภาวิน ร้อยเวร เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ตั้งประเด็นไว้คือเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว จะเร่งสอบปากคำพยาน เพราะว่าภาพจากกล้องวงจรปิดของสำนักงานผู้ตาย สามารถจับภาพมือปืนไว้ได้ทั้งหมด ส่วนญาติภรรยาและลูกยังไม่ยอมให้ปากคำ เพราะยังอยู่ในอาการเสียใจ คาดว่าคดีนี้จะสามารถสรุปสำนวนตามหาตัวคนร้ายได้ เพราะว่ากล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายขณะลงมือได้ทั้งหมด

    .........................................................

    เป็นคดีที่น่าติดตาม ครับ ตำรวจระดับหัวหน้าสถานีตำรวจ

    ถูกคนร้ายยิงอุกอาจ

    การลอบสังหารนายตำรวจระดับนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ

    และคนร้ายก็รู้ดีว่า ถูกตามกัดไม่ปล่อยแน่

    อีกไม่นานคงเผยโฉมคนร้าย อย่ารีบตายเสียก่อนละ ครับ


    โดย : Administrator  วัน - เวลา : อังคาร 19 เมษายน 2554 | 16:43:38   From ip : 183.89.249.217

     ความคิดเห็นที่ : 9
  • จับสีกากีฉาวรีดเงินพ่อค้ายาดวลปืนตำรวจ

    รวบ 4 โปลิศเมืองนนทบุรี ก่อเหตุรีดเงินพ่อค้ายาเสพติด เผยเหยื่อเป็นคนที่ยิงสายตำรวจตายเพราะเข้าใจว่าโดนมาจับยารีดเงินอีก 

    ที่ห้องประชุมชั้น 3 สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 27 พ.ค.  พล.ต.ต.ปิยะ สอนตระกูล รอง ผบช.ภ.1 และพล.ต.ต.สุรชัย สืบสุข ผบก.ภ.จ.นนทบุรี ร่วมแถลงข่าวจับกุมตำรวจสืบสวน สภ.เมืองนนทบุรี รวม 4 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวพันกับคดีรีดเงินแก๊งค้ายาเสพติด ได้ผู้ต้องหาคือ ด.ต.ธงชัย กอบประดับ ด.ต.ถวิล เมืองใสสันต์ ด.ต.วัฒนศักดิ์ แนวจิตร และ จ.ส.ต.รุ่งโรจน์ สุขจันทร์ตา ข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง พร้อมของกลาง เงินสด 140,000 บาท อาวุธปืน  9 มม. 1 กระบอก ปรีแอมป์เครื่องเสียง 1 เครื่อง ลำโพง 1 ตัว

    พล.ต.ต.ปิยะ รอง ผบช.ภ.1 กล่าวว่า สืบเนื่องจากกลางดึกวันที่ 21 พ.ค. ต่อเนื่องวันที่ 22 พ.ค. เวลา 00.30 น. ด.ต.ศักดิ์ชาย กระแสญาณ ตำรวจจราจร กก.6 บก.จร.โครงการพระราชดำริ ส.ต.ท.พิสิทธิ์ เย็นเพชร สังกัดกองบังคับการอารักขาควบคุมฝูงชน(อคฝ.) และนายภูวนัส กันทสิทธิ์ สายข่าวเจ้าหน้าที่ ได้ประสานงานกับฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ว่ามีแก๊งค้ายาเสพติดกำลังจะส่งมอบยาเสพติดกันที่ นนท์ทิพย์คอนโด  ชั้น 11 ซอยศรีพรสวรรค์ ต.สวนใหญ่  หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้ร่วมกันไปตรวจสอบ กระทั่งเกิดเหตุดวลปืนทำให้นายภูวนัส ถูกยิงเสียชีวิต ส่วนนายสมบัติ  จันทร์กรี คนร้ายถูกยิงเสียชีวิตเช่นกัน ขณะที่ ด.ต.ศักดิ์ชาย และตำรวจสืบสวน สภ.เมือง ถูกยิงได้รับบาดเจ็บรวม 2 นาย หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวนางชฎาพร จันทร์กรี พี่สาวนายสมบัติและนายวินัย คลองโคน พร้อมยาบ้าจำนวนหนึ่ง

    รอง ผบช.ภ.1 กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุนางชฎาพร ผู้ต้องหาได้ซัดทอด โดยอ้างว่าก่อนเกิดเหตุยิงปะทะจนน้องชายเสียชีวิต ตนกับเพื่อนเคยถูกสายสืบ สภ.เมือง ทั้ง 4 นาย จับกุมยาเสพติดที่โรงแรมรอยัลอินน์ ถนนนครอินทร์ ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย โดยชุดจับกุมรีดเอาเงินสด 200,000 กว่าบาทเพื่อแลกการปล่อยตัว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นจึงได้ย้ายมาเช่าห้องพักที่คอนโดมิเนียมเกิดเหตุกับน้องชาย แต่กลับถูกตำรวจ ตามมาจับกุมอีก ทำให้น้องชายเข้าใจว่าถูกตามมารีดไถซ้ำ จึงเกิดเหตุยิงปะทะจนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นได้มีคำสั่งให้ตำรวจสายสืบทั้ง 4 นายออกจากราชการไว้ก่อน โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธและขอสู้คดีในชั้นศาล จึงส่งตัวไปคุมขังที่ สภ.เมือง หลังจากนี้จะได้ขยายผลสอบสวน ว่ามีใครเกี่ยวข้องกับการรีดไถผู้ต้องหาคดียาเสพติดอีกหรือไม่

     
     


    ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  
    Dailynews


    โดย : Administrator  วัน - เวลา : เสาร์ 28 พฤษภาคม 2554 | 19:06:27   From ip : 49.48.219.31

    ร่วมแสดงความคิดเห็น
    ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
    อีเมลล์ (E-mail) :
    แสดงความคิดเห็น :
    ภาพประกอบ :




    ** สูงสุด 6 ภาพ ต่อการโพส 1 ครั้งคะ ใช้ภาพที่เป็นสกุล .jpg, .gif, .png นะคะ ชื่อไฟล์ขอเป็นภาษาอังกฤษนะคะ

    รหัสอ้างอิง :

      


    http://www.thailawyer.net/ ให้คุณมากกว่าที่คุณคิด